Enable Earth รับรางวัล Climate Action Leadership 2026
ผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศ

Enable Earth รับรางวัล Climate Action Leadership 2026 ขับเคลื่อน Biochar Carbon Removal และห่วงโซ่อุปทานเกษตรที่ยั่งยืน

รางวัลจากงาน CSCAP 2026 สะท้อนแนวทางที่เชื่อมโยงการจัดการชีวมวล การกักเก็บคาร์บอนระยะยาว และห่วงโซ่อุปทานเกษตรที่ยืดหยุ่นมากขึ้น

Enable Earth รับรางวัล Climate Action Leadership 2026 ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ

Enable Earth รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัล Climate Action Leadership 2026 ภายในงาน Climate & Sustainability Capital Forum (CSCAP 2026): Accelerating Sustainable Consumption and Production for Climate Justice and Value Chain Resilience in Asia-Pacific ซึ่งจัดขึ้น ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ

รางวัลนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ Enable Earth ในการสนับสนุนให้องค์กรต่าง ๆ สามารถเปลี่ยน Climate Commitment ให้เกิดเป็น Climate Action ที่นำไปปฏิบัติ วัดผล และตรวจสอบได้จริง

นอกจากนี้ ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการเปลี่ยนเศษวัสดุชีวมวลจากภาคเกษตรและอุตสาหกรรมให้เป็น Carbon-Negative Solutions เพื่อส่งเสริมห่วงโซ่อุปทานการเกษตรที่หมุนเวียน โปร่งใส และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

3 ความท้าทายที่เชื่อมโยงกันในห่วงโซ่อุปทานการเกษตร

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิต ผู้แปรรูป และผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและสินค้าที่ใช้ชีวมวลเป็นวัตถุดิบรายสำคัญของโลก อย่างไรก็ตาม ความยั่งยืนและความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของห่วงโซ่อุปทานเหล่านี้กำลังเผชิญความท้าทายสำคัญที่เชื่อมโยงกัน 3 ด้าน ได้แก่

  1. การจัดการเศษวัสดุชีวมวลอย่างยั่งยืน ภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมแปรรูปก่อให้เกิดเศษวัสดุชีวมวลเป็นจำนวนมาก หากวัสดุเหล่านี้ถูกเผา ปล่อยให้ย่อยสลาย หรือจัดการโดยไม่มีแนวทางการใช้ประโยชน์ที่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการสูญเสียทรัพยากรที่ยังสามารถนำมาสร้างมูลค่าได้
  2. การจัดการ Scope 3 Emissions บริษัทอาหาร ผู้แปรรูปสินค้าเกษตร และภาคการผลิตกำลังเผชิญความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้า นักลงทุน กฎระเบียบ และตลาดต่างประเทศ ให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน แต่หลายองค์กรยังขาดโซลูชันที่สามารถดำเนินการได้จริง มีระบบตรวจสอบย้อนกลับ และเชื่อมโยงเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศเข้ากับกิจกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่
  3. ความเสื่อมโทรมของดิน ปัญหาอินทรียวัตถุในดินลดลง การสูญเสียธาตุอาหาร การชะล้างพังทลายของดิน ดินเป็นกรด และความสามารถในการกักเก็บน้ำที่ลดลง ล้วนส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร เพิ่มการพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอก และลดความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว

Enable Earth จึงมุ่งพัฒนาโซลูชันที่สามารถเชื่อมโยงและช่วยแก้ความท้าทายทั้งสามด้านไปพร้อมกัน

เชื่อมโยงการจัดการชีวมวล การกำจัดคาร์บอน และการฟื้นฟูดิน

ภายในงาน CSCAP 2026 Enable Earth ได้แบ่งปันแนวทางการดำเนินงานภายใต้หัวข้อ:

SDG 12, 13 & 15 Alignment in Agriculture: De-risking Value Chains and Safeguarding Terrestrial Ecosystems.
Enable Earth ร่วมเสวนาเรื่องเกษตรหมุนเวียน ความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ และความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานในงาน CSCAP 2026
นำเสนอแนวทางเกษตรหมุนเวียนของ Enable Earth ในงาน CSCAP 2026

เราได้นำเสนอว่า Biochar Carbon Removal สามารถเชื่อมโยงการจัดการเศษชีวมวลอย่างรับผิดชอบ การกักเก็บคาร์บอนระยะยาว การฟื้นฟูสุขภาพดิน การดำเนินงานด้าน Scope 3 และการสร้างรายได้หรือโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้แก่ชุมชนได้อย่างไร

เศษวัสดุชีวมวลที่มีความเหมาะสมสามารถนำมาแปรรูปเป็นไบโอชาร์ที่มีความเสถียรผ่านกระบวนการผลิตแบบควบคุม เมื่อโครงการมีการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ มีระบบติดตามและตรวจสอบย้อนกลับ มีการควบคุมคุณภาพ และนำไบโอชาร์ไปใช้อย่างเหมาะสม ก็สามารถสร้างคุณค่าได้หลายด้าน ได้แก่

  • สร้างทางเลือกในการจัดการเศษวัสดุชีวมวลแทนการเผาหรือการกำจัดที่ไม่เหมาะสม
  • กำจัดและกักเก็บคาร์บอนในรูปที่มีความคงทน
  • สนับสนุนการฟื้นฟูสุขภาพดิน การกักเก็บน้ำ และการใช้ธาตุอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยให้องค์กรสามารถดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศภายในห่วงโซ่อุปทานได้อย่างเป็นรูปธรรม
  • สร้างรายได้ การจ้างงาน และโอกาสทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมให้แก่เกษตรกรและชุมชนท้องถิ่น

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับ SDG 12: การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน, SDG 13: การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ SDG 15: การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบกอย่างยั่งยืน

เทคโนโลยีต้องมาพร้อมกับโมเดลที่เหมาะสม

Enable Earth เชื่อว่าเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะสร้างผลลัพธ์ด้านสภาพภูมิอากาศในวงกว้าง

โครงการด้านสภาพภูมิอากาศจะสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนก็ต่อเมื่อเทคโนโลยีนั้นได้รับการสนับสนุนด้วยโมเดลด้านการดำเนินงาน ธุรกิจ การติดตามผล และการมีส่วนร่วมของชุมชนที่เหมาะสม โครงการต้องสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แสดงผลลัพธ์ที่วัดได้ กระจายคุณค่าอย่างเป็นธรรม และตอบโจทย์ทั้งภาคธุรกิจและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่

ด้วยเหตุนี้ Enable Earth จึงทำงานมากกว่าการผลิตไบโอชาร์ โดยเราพัฒนาโครงการตั้งแต่การจัดหาและบริหารจัดการชีวมวล การผลิตในระดับอุตสาหกรรม ระบบติดตามและตรวจสอบย้อนกลับ การพัฒนาโครงการคาร์บอน การประยุกต์ใช้ไบโอชาร์ ตลอดจนการทำงานร่วมกับเกษตรกร นักวิจัย ภาคธุรกิจ และชุมชนท้องถิ่น

เป้าหมายของเราคือทำให้ Climate Action ไม่ได้เป็นเพียงความมุ่งมั่น แต่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

เปลี่ยน Climate Commitment ให้เป็นการลงมือทำที่วัดผลได้

ตัวแทน Enable Earth ถือรางวัล Climate Action Leadership 2026 หน้าฉากงาน CSCAP 2026
รางวัล Climate Action Leadership 2026 สะท้อนการดำเนินงานของ Enable Earth ในประเทศไทย

Enable Earth ขอขอบคุณ Asia-Pacific Agricultural and Food Marketing Association (AFMA), FeedUP@UN, Sustainism พันธมิตร และทีมงานทุกคนที่มีส่วนร่วมในการเดินทางครั้งนี้

รางวัล Climate Action Leadership 2026 ช่วยยืนยันถึงความสำคัญของการเดินหน้าพัฒนาโซลูชันที่สามารถสร้างคุณค่าด้านสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อม สังคม และธุรกิจไปพร้อมกัน

Enable Earth หวังว่าจะได้ร่วมมือกับบริษัทอาหาร ผู้แปรรูปสินค้าเกษตร ภาคการผลิต แบรนด์ระดับโลก และองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ เพื่อเปลี่ยนเศษวัสดุชีวมวลให้เป็นคุณค่าระยะยาว สนับสนุนการจัดการ Scope 3 Emissions และเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้แก่ห่วงโซ่อุปทานการเกษตร

เราพร้อมร่วมเปลี่ยน Climate Commitment ให้เกิดเป็นการลงมือทำที่มีผลลัพธ์ชัดเจน ตรวจสอบได้ และสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายในระยะยาว

สนใจพัฒนาโครงการชีวมวลหรือไบโอชาร์ร่วมกับเรา? พูดคุยกับ Enable Earth